blog

ลูกมีกลิ่นปาก เพราะอะไร?

ลูกมีกลิ่นปาก เพราะอะไร?

ลูกชายอายุ ขวบ เดือน มีกลิ่นปากทั้งๆ ที่แปรงฟันให้วันละ ครั้ง ทั้งเช้าและก่อนนอน ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใดได้บ้างคะ?

กลิ่นปากเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งในเด็กเล็กๆ ดังนั้นเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ที่ลูกกำลังมีปัญหาในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ ได้ทราบถึงสาเหตุว่าแท้จริงแล้ว การเกิดกลิ่นปากขึ้นกับลูกตั้งแต่วัยยังเล็กอยู่อาจมาได้จากหลายสาเหตุ ซึ่ง แพทย์หญิงสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด ได้ให้คำตอบ พร้อมอธิบายถึงแนวทางแก้ไข ไว้ดังนี้ค่ะ

1. เศษอาหารเน่าเสียหรือคราบนมที่ตกค้างในช่องปาก เนื่องจากการย่อยสลายอาหารเหล่านี้โดยเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในปาก ตำแหน่งที่พบบ่อยคือ บริเวณโคนลิ้น ซอกฟัน และร่องเหงือก

วิธีแก้ไข แปรงฟันทุกครั้งหลังอาหารทันที ใช้ไหมขัดฟันเพื่อกำจัดเศษอาหารระหว่างซอกฟัน แปรง เช็ด หรือขูดเบาๆ ที่ลิ้น พาลูกพบหมอฟันทุก 6 เดือนเพื่อกำจัดคราบสกปรกที่แปรงฟันด้วย

2. กลิ่นของอาหารบางอย่าง เช่น กระเทียม หัวหอม

วิธีแก้ไข แปรงฟันให้สะอาด ใช้อาหารบางอย่างเพื่อดับกลิ่น เช่น โยเกิร์ต กลิ่นมินต์ กลิ่นใบสะระแหน่ กลิ่นฝรั่ง กลิ่นมะนาว กลิ่นชะเอม ถ้าเป็นเด็กโต อาจให้กลั้วปากด้วยน้ำยาดับกลิ่นปาก หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 1.5% 10 ซีซี

3. การติดเชื้อภายในหรือบริเวณใกล้เคียงช่องปาก เช่น ไซนัสอักเสบ ทอนซิลอักเสบ เหงือกอักเสบ

4. โรคของระบบทางเดินอาหาร เช่น ภาวะกรดไหลย้อน ท้องผูก มีพยาธิเป็นจำนวนมาก

วิธีแก้ไข รักษาตามอาการของโรค

5. ลูกเป็นโรคภูมิแพ้หรือต่อมอะดีนอยด์โต ทำให้ต้องอ้าปากช่วยหายใจ เพราะหายใจทางจมูกไม่สะดวก และเมื่ออ้า ปากตลอดเวลาจะทำให้ปากแห้ง จึงมีกลิ่นปาก

วิธีแก้ไข รักษาโรคดังกล่าว จะได้หายใจทางจมูกได้

6. ดื่มน้ำน้อย ทำให้ปากแห้ง จึงมีกลิ่นปาก เช่นเดียวกับเวลากลางคืน น้ำลายหลั่งน้อยลง ตื่นเช้าขึ้นมาจึงมีกลิ่นปาก ทั้งๆ ที่แปรงฟันแล้วก่อนนอน

วิธีแก้ไข ให้ลูกดื่มน้ำเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นเด็กโต การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยให้น้ำลายเพิ่มขึ้น

7. ลูกเป็นโรคบางอย่าง ทำให้มีสารของเสียในร่างกายเพิ่มขึ้น ส่งกลิ่นออกมาตามสารคัดหลั่งของร่างกาย เช่น เหงื่อ น้ำลาย ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ

วิธีแก้ไข รักษาตามอาการของโรคดังกล่าว

ลูกมีกลิ่นปาก ดูแลทำความสะอาดช่องปากอย่างไรดี?

แน่นอนว่าในฐานะพ่อแม่ก็คงไม่อยากให้ลูกมีปัญหาทางสุขภาพกันอยู่แล้ว ยิ่งกับเรื่องสุขอนามัยช่องปาก หากลูกมีกลิ่นปากกันตั้งแต่ยังเล็กๆ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ และอย่างที่คุณหมอได้อธิบายไปข้างต้นแล้วว่า การเกิดกลิ่นปากขึ้นในเด็กนั้น สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย โดยที่พ่อแม่เองต้องหมั่นสังเกตเวลาทำความสะอาดแปรงฟันพร้อมกันกับลูก ที่หากแปรงฟันแล้วปากลูกยังมีกลิ่นอยู่ แนะนำให้พาลูกไปตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดเพราะอะไร และจะได้รักษาให้ตรงจุดนั่นเองค่ะ

ดังนั้นเรามาเริ่มดูแลรักษาความสะอาดช่องปาก และฟันให้ลูกตั้งแต่วันนี้ ที่เริ่มจาก

  • เด็กแรกเกิดเพิ่งคลอด

ลูกตั้งแต่แรกคลอด ยังไม่ได้ทานอาหารอื่นนอกเหนือจากนมแม่เพียงอย่างเดียว ซึ่งคุณแม่อาจคิดว่าให้ลูกกินนมแล้วก็ไม่เห็นต้องทำความสะอาดปากลูกก็ได้ อันนี้ไม่ถูกต้องนะคะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้เอานมให้ลูกกินเพื่อล้างปากหลังกินนมอิ่ม เพราะลูกตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียวน้ำไม่ต้องค่ะ

สำหรับการทำความสะอาด คือให้ใช้ผ้าเช็ดสันเหงือก  กระพุ้งแก้ม ลิ้นของลูก ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ช่องปากของลูกสะอาด และเป็นการฝึกให้ลูกคุ้นเคยกับการทำความสะอาดช่องปากและฟันนั่นเองค่ะ

  • เริ่มแปรงฟันให้ลูกตอนไหนดี?

การเริ่มแปรงฟันให้กับลูกมีวิธีการจำง่ายๆ ให้พ่อแม่มือใหม่ นั่นคือให้เริ่มแปรงลูกตั้งฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น ซึ่งฟันน้ำนมจะเริ่มขึ้นซี่แรกตอนอายุ 6 เดือน แต่ในเด็กบางคนอาจขึ้นช้าไปจนอาย 1 ขวบเลยก็มีค่ะ

คุณแม่มีคำถามว่าแล้วต้องแปรงกับยาสีฟันเด็กเลยหรือเปล่า จริงๆ ยังไม่ต้องใช้ยาสีฟันค่ะ เพียงเลือกแปรงที่มีขนอ่อนนม หรือแปรงสีฟันยางก็ได้(สามารถสอบถามจากทันตแพทย์เด็ก) จากนั้นก็ใช้แปรงกับน้ำสะอาดแปรงฟันให้ลูกก็พอค่ะ

  • แล้วควรใช้ยาสีฟันเด็กแปรงฟันให้ลูกตอนไหน?

ต่อให้เป็นยาสีฟันสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ไม่แน่หากลูกแปรงฟันแล้วกลืนลงคอ ลงท้องไป ฉะนั้นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการให้ลูกใช้ยาสีฟันแปรงฟัน คือคุณแม่ต้องแน่ใจดีแล้วว่าลูกสามารถบ้วนปาก บ้วนยาสีฟันออกมาเป็น ซึ่งอายุที่เหมาะสมกับการใช้ยาสีฟัน คือ ลูกอายุ 2.5–3 ขวบ โดยปริมาณยาสีฟันที่ใช้ก็แค่เท่าเมล็ดถั่วเขียวพอค่ะ ช่วยลูกแปรงฟันให้สะอาด แล้วบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหลายๆ รอบ เพื่อให้แน่ใจว่าล้างยาสีฟันออกมาหมด และช่องปากก็สะอาดดีแล้ว

ลูกมีกลิ่นปาก พ่อแม่อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะปัญหากลิ่นปากของลูก อาจนำมาซึ่งโรคร้ายแรงได้ ฉะนั้นจะดีที่สุดหากเริ่มต้นดูแลรักษาความสะอาดช่องปากและฟันให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด และควรพาลูกไปหาหมอฟันเด็กตั้งแต่ที่ลูกยังเป็นเด็กเล็กๆ ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพเหงือกและฟันกันด้วยนะคะ …ด้วยความใส่ใจและห่วงใย

ขอขอบคุณแพทย์หญิงสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด นิตยสาร Amarin Baby & Kids

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *